top of page

ปัจจัยโลกที่ดันราคาทองคำทำ “สถิติใหม่” ต่อเนื่อง!!!

อัปเดตเมื่อ 17 ม.ค.

ปัจจัยโลกที่ดันราคาทองคำทำ “สถิติใหม่” ต่อเนื่อง!!!

🌍ปัจจัยโลกที่ดันราคาทองคำทำ “สถิติใหม่” ต่อเนื่อง!!! เกิดจากอะไรได้บ้าง?

ในช่วงที่ผ่านมา ราคาทองคำในตลาดโลกพุ่งขึ้นทำ All-Time High หลายครั้งติดต่อกัน จนกลายเป็นสินทรัพย์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดอีกครั้งหนึ่ง โดยล่าสุดราคาทองคำทำสถิติสูงสุดในวันที่ 14/01/2569 เวลา 14:26 น. อ้างอิงราคาในไทย ทองรูปพรรณขายที่ 69,750.00 บาท ต่อน้ำหนัก 1 บาททอง หรือ 4,637.00 $ ต่อออนซ์ คำถามคือ… อะไรคือแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ทองคำแพงขึ้นได้ขนาดนี้🧐


📌บทความนี้สรุปปัจจัยโลกหลัก ๆ ที่กำลัง “หนุนทองคำ” อย่างเป็นระบบ เข้าใจง่าย และใช้วิเคราะห์ตลาดต่อได้จริงครับ


1️⃣ ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risk)

ความขัดแย้งระดับโลก เช่น

  • สงครามในตะวันออกกลาง

  • สงครามรัสเซีย–ยูเครน

  • ความตึงเครียดจีน–สหรัฐ

  • ความเสี่ยงการขยายตัวของสงครามในหลายภูมิภาค

เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้นักลงทุน ลดความเสี่ยง (Risk-Off) และย้ายเงินออกจากสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น หรือคริปโต มาสู่ ทองคำซึ่งเป็น Safe Haven ตามธรรมชาติ ยิ่งความขัดแย้งยืดเยื้อ ทองคำยิ่งได้รับความสนใจมากขึ้น


2️⃣ ดอกเบี้ยใกล้จุดสูงสุด & ความหวังการลดดอกเบี้ย

แม้ดอกเบี้ยสหรัฐจะอยู่ในระดับสูง แต่ตลาดเริ่มมองว่า

“ดอกเบี้ยใกล้ถึงจุดสูงสุดแล้ว และมีโอกาสลดในอนาคต”

ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ ไม่ให้ดอกเบี้ย ดังนั้น

  • ช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น → ทองคำมักถูกกดดัน

  • ช่วงดอกเบี้ยเริ่มทรงตัวหรือขาลง → ทองคำได้เปรียบทันที

เพียงแค่ “ความคาดหวัง” ว่าดอกเบี้ยจะลด ก็เพียงพอให้เงินทุนไหลเข้าทองคำก่อนล่วงหน้าแล้ว


3️⃣ เงินเฟ้อระยะยาวยังไม่หมดไป

แม้เงินเฟ้อจะลดลงจากจุดสูงสุด แต่ ต้นทุนชีวิตโลกยังสูงทั้งพลังงาน ค่าแรง ค่าอาหาร และต้นทุนโลจิสติกส์

ทองคำจึงถูกใช้เป็น

“เครื่องมือป้องกันมูลค่าเงิน (Inflation Hedge)”

โดยเฉพาะนักลงทุนรายใหญ่และกองทุน ที่ต้องการรักษาอำนาจซื้อของเงินในระยะยาว


4️⃣ ธนาคารกลางทั่วโลก “กว้านซื้อทองคำ”

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่หลายคนมองข้ามคือธนาคารกลางหลายประเทศซื้อทองคำเข้าคลังในระดับสูงเป็นประวัติการณ์

สาเหตุหลักคือ

  • ลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐ

  • กระจายความเสี่ยงทางการเงิน

  • เตรียมรับมือความไม่แน่นอนของระบบการเงินโลก

เมื่อผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุดในโลกยังซื้อไม่หยุด นั่นคือแรงหนุนราคาที่แข็งแกร่งมาก


5️⃣ ค่าเงินดอลลาร์เริ่มอ่อน & ความเชื่อมั่นลดลง

ทองคำมีราคาซื้อขายเป็น ดอลลาร์สหรัฐ (USD)เมื่อค่าเงินดอลลาร์อ่อนลง → ราคาทองคำในสายตานักลงทุนทั่วโลกจะ “ถูกลงทันที” และกระตุ้นแรงซื้อ

นอกจากนี้ หนี้สาธารณะของหลายประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐ อยู่ในระดับสูงมาก ทำให้ความเชื่อมั่นต่อเงินกระดาษในระยะยาวลดลง และทองคำกลับมาเป็น “เงินแท้” ที่ถูกยอมรับอีกครั้ง


6️⃣ แรงซื้อเชิงเทคนิค + กระแส FOMO

เมื่อราคาทองคำ ทะลุจุดสูงสุดเดิม (Break All-Time High)จะเกิดแรงซื้อจาก

  • กองทุนที่ใช้ระบบเทรดตามเทรนด์

  • นักลงทุนสายเทคนิค

  • รายย่อยที่กลัวตกรถ (FOMO - Fear Of Missing Out)

แรงซื้อกลุ่มนี้ทำให้ราคาทองคำสามารถ “วิ่งแรงกว่าปัจจัยพื้นฐานในระยะสั้น” และสร้างสถิติใหม่ได้ต่อเนื่อง


🔎 สรุปภาพรวม ทองคำไม่ได้ขึ้นเพราะ “เหตุผลเดียว” แต่เป็นผลรวมของ

  • ความเสี่ยงโลก

  • นโยบายการเงิน

  • เงินเฟ้อ

  • การซื้อของธนาคารกลาง

  • และแรงเทคนิคในตลาด

ตราบใดที่โลกยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนทั่วโลกไม่อาจมองข้าม



📈 แนวโน้มทองคำโลกปี 2026 — จะเกิดอะไรขึ้นต่อ?

🔥 แนวโน้ม “ขึ้นต่อ” มีโอกาสสูง

นักวิเคราะห์และองค์กรหลักต่างให้มุมมองเชิงบวกว่าทองคำมีแนวโน้ม ขึ้นต่อเนื่องตลอดปี 2026 โดยเฉพาะถ้าปัจจัยหนุนยังคงอยู่:

  1. 💰 ราคาทองคำยังมีโอกาสแตะเป้าระดับสูงมากหลายสถาบันคาดว่าราคาทองคำมีโอกาสพุ่งแตะ $4,900–$5,000 ต่อออนซ์ หรือมากกว่านั้นในปีนี้โดยมองแรงสนับสนุนจากปัจจัยพื้นฐานและโมเมนตัมตลาดทองคำเดือนก่อนที่ทรงตัวแข็งแกร่ง

  2. 📊 World Gold Council (WGC) คาดทองคำอาจขึ้น 5–30%ซึ่งแรงหนุนมาจากนโยบายการเงินผ่อนคลาย โลกยังคงมีความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และการสะสมทองของธนาคารกลางยังดำเนินต่อเนื่อง

  3. 📌 ตลาดยังคงมีแรงซื้อจากนักลงทุนทั่วโลกการไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย (safe haven) และ ETF ยังคงเป็นปัจจัยเชิงบวกสำหรับทองคำในปีนี้


⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องจับตา

แม้แนวโน้มจะเป็นบวก แต่ก็มี “ปัจจัยเสี่ยง” ที่อาจกดดันทองคำในบางช่วง:

  1. 📉 ดอลลาร์กลับมาแข็งค่า หากเศรษฐกิจสหรัฐแข็งแกร่งกว่าคาด หรือมีแรงหนุนจากนโยบายอื่น ๆจะทำให้ราคาทองคำถูกกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้นในหน่วยเงินอื่น ๆ

  2. 📈 ดอกเบี้ยจริง (real yields) กลับขึ้นหากธนาคารกลางกลับมาเข้มงวดขึ้นเพราะเงินเฟ้อยังอยู่สูงหรือเศรษฐกิจฟื้นตัวจะเพิ่มโอกาสให้สินทรัพย์ให้ผลตอบแทนสูงอื่น ๆ น่าสนใจกว่าทองคำ

  3. 📊 แรงขายทำกำไรระยะสั้นหลังจากราคาทองพุ่งแรงในปีที่ผ่านมา นักลงทุนบางรายอาจเลือก “ล็อกกำไร” ชั่วคราวส่งผลให้มีช่วงปรับฐานเกิดขึ้นในปี 2026 เช่นกัน


📅 ภาพรวมเชิงเวลา: จากนี้ถึงสิ้นปี 2026

ช่วงเวลา

แนวโน้มหลัก


ไตรมาส 1–2

Bullish ต่อเนื่อง / ราคาทองยังมีโมเมนตัมสูง


กลางปี

จับตาดอลลาร์ & นโยบาย Fed


ไตรมาส 3–4

แนวโน้มยังขึ้นได้ หากปัจจัย Safe Haven ยังไม่คลาย


👉 โดยรวม ทองคำยังมีแนวโน้มเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่ได้รับความสนใจสูง โดยเฉพาะในโลกที่มีความไม่แน่นอนสูง ค่าเงินผันผวน และนโยบายการเงินที่ยังไม่สิ้นสุดเต็มที่


📌 สรุปง่าย ๆ

แนวโน้มหลัก: Bullish → ราคาทองมีโอกาสขึ้นต่อสูงถึงปลายปี 2026⚠️ ปัจจัยเสี่ยง: ค่าเงินดอลลาร์, นโยบายดอกเบี้ย, ความเชื่อมั่นตลาด💡 สิ่งที่ควรติดตาม: Fed policy, USD index, Geopolitical events, Central bank buying


แผนภาพแนวโน้มราคาทองคำ (เชิงกราฟ/ไทม์ไลน์) พร้อมภาพประกอบที่ช่วยสื่อสารทิศทางราคาทองคำของปี 2026 และช่วงที่กำลังจะมาถึงอย่างชัดเจน👇

แนวโน้มราคาทองคำในอดีตจนถึงปัจจุบัน (เห็นการขึ้นต่อเนื่องของราคา)

Forecast / การคาดการณ์ราคาในอนาคตปี 2026 โดยหลายแบบจำลองมองว่าราคาอาจเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในหลายไตรมาสของปี 2026

กราฟเชิงเทคนิคยาวตั้งแต่ปี 2010–2026 ที่บ่งบอกถึงโมเมนตัมขาขึ้นของทองคำอย่างชัดเจน

📌 ภาพด้านบนนี้แสดง

  • แนวโน้มราคาทองคำในอดีตจนถึงปัจจุบัน (เห็นการขึ้นต่อเนื่องของราคา)

  • Forecast / การคาดการณ์ราคาในอนาคตปี 2026 โดยหลายแบบจำลองมองว่าราคาอาจเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในหลายไตรมาสของปี 2026

  • กราฟเชิงเทคนิคยาวตั้งแต่ปี 2010–2026 ที่บ่งบอกถึงโมเมนตัมขาขึ้นของทองคำอย่างชัดเจน


📊 แผนภาพแนวโน้มราคาทองคำ — สรุปเชิงเวลา (2025–สิ้นปี 2026)

➡️ ช่วงต้นปี 2025ทองคำพุ่งแรงตั้งแต่ปลายปี 2024 จนเข้าสู่ปี 2025 และยังคงโมเมนตัมบวกต่อเนื่อง

➡️ ปลายปี 2025ราคาทองทำสถิติสูงสุดใหม่ตามแรงซื้อ Safe Haven และปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์

➡️ ปี 2026 (Forecast)โมเดลคาดการณ์หลายแหล่งชี้ว่าราคายังมีเส้นทางขาขึ้นต่อ

📌 บางโมเดลคาดราคาทองอาจเข้าใกล้หรือเกิน $5,000 – $6,000 ต่อออนซ์ ในช่วงไตรมาสกลาง–ปลายปี 2026


📌 คีย์ไทม์ไลน์ที่ควรรู้

ช่วงเวลา

แนวโน้ม / จุดสำคัญ

Q1 2025

ราคาทองยังมีโมเมนตัมแรงต่อจากปี 2024

Mid 2025

ราคาทำ All-Time High หลายครั้ง

Q1–Q2 2026

โมเดลบางแห่งคาดราคายังคงขึ้นต่อ

Mid–Late 2026

หลายโมเดลมองว่ามีโอกาสแตะหรือทะลุ $5,000+



🔍 ทำไมราคาทองแนวโน้มเป็นขาขึ้น?

ปัจจัยที่หนุนแนวโน้มราคาทองคำจนถึงสิ้นปี 2026 ได้แก่:

✔️ ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ทองคำกลับมาเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยอันดับ 1

✔️ ธนาคารกลางหลายแห่งยังคงสะสมทองคำเพิ่มขึ้น

✔️ คาดหวังการลดดอกเบี้ยในอนาคต ทำให้ต้นทุนการถือทองคำต่ำลง

✔️ เงินดอลลาร์มีโอกาสอ่อนค่าระยะยาว ทำให้ราคาทองคำในหน่วยเงินอื่นน่าสนใจขึ้น



🎯 คำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับนักเทรดทองคำ (ช่วงทำสถิติใหม่)

ช่วงที่ทองคำทำ All-Time High เป็นช่วงที่ โอกาสสูง แต่ความเสี่ยงก็สูงมากคนที่อยู่รอดไม่ใช่คนทายถูก แต่คือคน “จัดการความเสี่ยงถูก”

1️⃣ อย่าไล่ราคา (No FOMO Trading)

สิ่งที่นักเทรดพลาดมากที่สุดในช่วงนี้คือ❌ เห็นทองพุ่ง → Buy ตามทันที

ความจริงคือ

  • ทองที่ทำสถิติใหม่ ต้องมีการย่อ (Pullback / Retest) เสมอ

  • การไล่ราคา = RR แย่ + SL กว้าง + โดนเหวี่ยงง่าย

✅ แนวคิดที่ถูกต้อง

“รอให้ราคาย่อ แล้วดูว่ามันย่อเพื่อไปต่อ หรือย่อเพื่อกลับตัว”

2️⃣ แยกให้ออก: Retest vs กลับเทรนด์

Retest ที่ดี มักมีลักษณะนี้

  • ย่อลงด้วยแท่งเล็ก / Volume ลด

  • ไม่หลุดโครงสร้างเดิม (Higher Low)

  • อินดิเคเตอร์ยังไม่ Divergence แรง

สัญญาณอันตรายของการกลับเทรนด์

  • ย่อแรง + แท่งใหญ่ + Volume พุ่ง

  • หลุดโครงสร้าง H1 / H4

  • MACD / RSI Divergence ชัด

👉 ถ้าแยก 2 อย่างนี้ไม่ได้ = อย่ารีบเข้า


3️⃣ เทรดตาม Timeframe ใหญ่ก่อนเสมอ

ช่วงทองแรง ๆ

  • TF เล็ก (M1–M5) จะหลอกเยอะมาก

  • Stop loss โดนง่ายถ้าไม่รู้ทิศทางหลัก

✅ วิธีที่ปลอดภัยกว่า

  • ดูแนวโน้มจาก H1 / H4 / Daily ก่อน

  • แล้วค่อยไปหาจุดเข้าใน M5–M15

“TF เล็ก = จุดเข้าTF ใหญ่ = เข็มทิศชีวิต”

4️⃣ ลด Lot ดีกว่าเพิ่ม SL

นักเทรดจำนวนมากพลาดตรงนี้❌ ราคาเหวี่ยง → ขยาย SL❌ ไม่อยากโดนตัด → เพิ่ม SL

ทางที่ถูกคือ✅ ลด Lot แล้วคุม SL ตามแผนเดิม

ช่วงข่าว / ช่วงทองเหวี่ยง

  • SL แคบ + Lot เล็ก → อยู่รอด

  • SL กว้าง + Lot เดิม → พอร์ตพัง


5️⃣ ระวัง “ข่าวดี = จุดแจก”

ทองคำชอบพฤติกรรมแบบนี้

  • ข่าวร้าย → ค่อย ๆ ขึ้น

  • ข่าวดีออก → พุ่งแรง → กลับตัวแรง

ดังนั้น❌ อย่า Buy ตอนข่าวออกพอดี✅ รอให้ตลาด “แปลข่าวเสร็จ” ก่อน

โดยเฉพาะข่าว

  • CPI

  • FOMC

  • Non-Farm

  • ดอกเบี้ย Fed


6️⃣ อย่าคิดว่าทองขึ้น = ห้าม Sell

ความจริงคือ

  • ทองในเทรนด์ขาขึ้น มี Sell ได้

  • แต่ต้องเป็น Sell ระยะสั้น (Scalp / Swing สั้น)

กติกาคือ

  • Sell ต้องเร็ว

  • TP สั้น

  • ไม่ถัว

  • ไม่ถือสวนเทรนด์ข้ามวัน

“Sell ในขาขึ้น = ทำเงินเร็ว หรือเจ็บเร็ว”

7️⃣ ช่วงนี้เหมาะกับสไตล์ไหนที่สุด?

จากโครงสร้างตลาดปัจจุบัน 👇

เหมาะมาก

✅ Pullback Buy

✅ Break + Retest

✅ Trend-following

เสี่ยงสูง

⚠️ Martingale

⚠️ Grid ถี่

⚠️ All-in / ล้างไม้


8️⃣ เช็คลิสต์ก่อนกดออเดอร์ (สำคัญมาก)

ก่อนเข้าเทรดทองช่วงนี้ ถามตัวเอง 5 ข้อ

  1. นี่คือ เทรนด์หรือแค่ข่าวเหวี่ยง?

  2. จุดนี้คือ ต้นทาง หรือปลายทาง?

  3. RR อย่างน้อย 1:2 หรือยัง?

  4. ถ้าโดน SL พอร์ตยังอยู่ไหม?

  5. ถ้าไม่เข้า วันนี้พอร์ตพังไหม? (ถ้าใช่ แปลว่าจิตไม่พร้อม)



🔚 สรุปแบบเซียน

ทองคำช่วงทำสถิติใหม่❌ ไม่เหมาะกับคนใจร้อน❌ ไม่เหมาะกับคนอยากรวยเร็ว✅ เหมาะกับคนมีแผน✅ เหมาะกับคนรอเป็น✅ เหมาะกับคนรู้ว่าตัวเอง “ไม่จำเป็นต้องเทรดทุกแท่ง”

การเทรดทองช่วง All-Time High

🟡 การเทรดทองช่วง All-Time High

โอกาสสูง | ความเสี่ยงสูง | ต้องมีแผน

ช่วงที่ทองคำทำ All-Time High (ATH) คือช่วงที่ราคาทะลุจุดสูงสุดเดิมของประวัติศาสตร์ตลาดจะมีลักษณะสำคัญคือ

  • ความผันผวนสูง

  • แรงอารมณ์ (FOMO) หนัก

  • การเหวี่ยงแรงแบบ “ไม่มีแนวต้านบนกราฟ”

ดังนั้น วิธีเทรดต้องต่างจากช่วงปกติ


1️⃣ เข้าใจก่อน: All-Time High ไม่ได้แปลว่า “แพงเกินไป”

ความเข้าใจผิดอันดับ 1 คือ

“ทองขึ้นมาขนาดนี้ เดี๋ยวมันก็ต้องลง”

ในความเป็นจริง

  • ราคาทำ ATH ได้ เพราะ แรงซื้อชนะทุกแรงขายก่อนหน้า

  • ตลาดอยู่ในโหมด Trend Expansion

👉 สิ่งที่อันตรายไม่ใช่ Buy ใน ATH👉 แต่อันตรายคือ Buy แบบไม่มีแผน


2️⃣ โครงสร้างตลาดทองช่วง ATH เป็นแบบไหน?

โดยทั่วไปจะเห็น 3 พฤติกรรมสลับกัน

🔹 Phase 1: Breakout

  • ราคาทะลุ High เดิม

  • แท่งใหญ่ Volume พุ่ง

  • ข่าวหนุน

❌ ไม่เหมาะไล่ราคา✅ เหมาะ “รอ”


🔹 Phase 2: Pullback / Retest (ช่วงทำเงิน)

  • ราคาย่อลง

  • แท่งเล็กลง

  • Volume ลด

  • โครงสร้าง Higher Low ยังอยู่

นี่คือจุดที่ควร Buy มากที่สุด


🔹 Phase 3: Distribution / Shakeout

  • ราคาเหวี่ยงแรง

  • ข่าวดีออกซ้ำ

  • คนเริ่มมั่นใจเกินไป

⚠️ ระวังการกลับตัวระยะสั้น⚠️ ไม่เหมาะถัว / ไม่เหมาะถือยาวเพิ่ม


3️⃣ กลยุทธ์ที่เหมาะที่สุด (เรียงตามความปลอดภัย)

🥇 Pullback Buy (แนะนำที่สุด)

  • เทรนด์หลัก: ขึ้น (H1 / H4)

  • รอราคาย่อ

  • Buy ใกล้ EMA / โครงสร้างเดิม

  • SL ใต้ Higher Low

  • RR ≥ 1:2

นี่คือกลยุทธ์ที่ “อยู่รอดในตลาดจริง”

🥈 Break + Retest

  • รอ Break

  • ไม่เข้า

  • รอราคากลับมาทดสอบ

  • ดูแท่งกลับตัว + Volume


🥉 Scalping ตามเทรนด์

  • ใช้เฉพาะ M1–M5

  • TP สั้น

  • ไม่ถือข้ามข่าว

  • ต้องเร็วและมีวินัยสูง


4️⃣ สิ่งที่ “ไม่ควรทำเด็ดขาด” ช่วง ATH

❌ ไล่ Buy ตอนแท่งใหญ่❌ ถัวเฉลี่ยขาดทุน❌ Martingale ในช่วงข่าว❌ Sell สวนโดยไม่มีสัญญาณชัด❌ เพิ่ม Lot เพื่อเอาคืน

ช่วงนี้ตลาดไม่ใจดีพอจะให้คุณแก้มือหลายครั้ง

5️⃣ Buy ได้ไหม? Sell ได้ไหม?

✅ Buy

  • ได้ และเป็นฝั่งหลัก

  • แต่ต้อง Buy “หลังย่อ” เท่านั้น

⚠️ Sell

  • ได้เฉพาะ

    • Scalping

    • ข่าวแรง

    • สัญญาณ Divergence ชัด

  • TP ต้องสั้น

  • ห้ามถือสวนเทรนด์ข้ามวัน


6️⃣ การบริหารความเสี่ยง (สำคัญกว่าอินดิเคเตอร์)

กติกาเหล็กช่วง ATH

  • เสี่ยงต่อไม้ ≤ 1–2%

  • ลด Lot แทนการขยาย SL

  • ขาดทุนติดกัน 2–3 ไม้ = หยุด

  • วันไหนตลาดเหวี่ยงผิดปกติ = ไม่เทรด

อยู่รอด = มีโอกาสล้างพอร์ต = จบเกมทันที

7️⃣ เช็คลิสต์ก่อนเข้าออเดอร์

ก่อนกด Buy / Sell ให้ถามตัวเอง

  1. นี่คือ Pullback จริง หรือแค่ย่อหลอก?

  2. เทรนด์ TF ใหญ่ยังไปทางเดียวกับไม้ที่เข้าไหม?

  3. ถ้าโดน SL พอร์ตยังสบายอยู่ไหม?

  4. RR คุ้มพอไหม?

  5. ถ้าไม่เข้า จะเสียดายจนเสียวินัยไหม?

ถ้าตอบ “ไม่มั่นใจ” มากกว่า 1 ข้อ → ไม่ต้องเข้า


🔚 สรุปแบบมืออาชีพ

การเทรดทองช่วง All-Time Highไม่ใช่ช่วงโชว์ความเก่งแต่เป็นช่วงโชว์ “วินัยและการเอาตัวรอด”

คนที่รอดคือคนที่

  • ไม่รีบ

  • ไม่โลภ

  • ไม่พยายามทายจุดสูงสุด


สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนในทุกๆด้าน ควรติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองโลกอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มราคาทองคำ , ค่าเงินและสินทรัพย์ต่างๆในอนาคต


ส่งท้าย - แนะนำโบรกเกอร์สายเทรดทองจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องหาโบรกที่มีความสถียร น่าเชื่อถือ ฝาก-ถอนเงินง่ายสะดวกรวดเร็ว และที่สำคัญยิ่งคือ spread ที่ต้องต่ำมากๆ เพื่อโอกาสในการทำกำไรอย่างเป็นรูปธรรม ด้านล่างเลยครับ ผมลองแล้วและใช้อยู่ปัจจุบันมาหลายปีเป็นหลักครับ👇

iux เทรดด้วยเงื่อนไขที่ดีกว่าที่เคย, แนะนำโบรกเกอร์รางวัลระดับโลกมากมาย สเปรดต่ำสุด ถอนเงินรวดเร็ว คลิ๊กเลย...!!! 

ความคิดเห็น


bottom of page