ปัจจัยโลกที่ดันราคาทองคำทำ “สถิติใหม่” ต่อเนื่อง!!!
- Passive Income Forex

- 17 ม.ค.
- ยาว 4 นาที
อัปเดตเมื่อ 17 ม.ค.

🌍ปัจจัยโลกที่ดันราคาทองคำทำ “สถิติใหม่” ต่อเนื่อง!!! เกิดจากอะไรได้บ้าง?
ในช่วงที่ผ่านมา ราคาทองคำในตลาดโลกพุ่งขึ้นทำ All-Time High หลายครั้งติดต่อกัน จนกลายเป็นสินทรัพย์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดอีกครั้งหนึ่ง โดยล่าสุดราคาทองคำทำสถิติสูงสุดในวันที่ 14/01/2569 เวลา 14:26 น. อ้างอิงราคาในไทย ทองรูปพรรณขายที่ 69,750.00 บาท ต่อน้ำหนัก 1 บาททอง หรือ 4,637.00 $ ต่อออนซ์ คำถามคือ… อะไรคือแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ทองคำแพงขึ้นได้ขนาดนี้🧐
📌บทความนี้สรุปปัจจัยโลกหลัก ๆ ที่กำลัง “หนุนทองคำ” อย่างเป็นระบบ เข้าใจง่าย และใช้วิเคราะห์ตลาดต่อได้จริงครับ
1️⃣ ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risk)
ความขัดแย้งระดับโลก เช่น
สงครามในตะวันออกกลาง
สงครามรัสเซีย–ยูเครน
ความตึงเครียดจีน–สหรัฐ
ความเสี่ยงการขยายตัวของสงครามในหลายภูมิภาค
เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้นักลงทุน ลดความเสี่ยง (Risk-Off) และย้ายเงินออกจากสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น หรือคริปโต มาสู่ ทองคำซึ่งเป็น Safe Haven ตามธรรมชาติ ยิ่งความขัดแย้งยืดเยื้อ ทองคำยิ่งได้รับความสนใจมากขึ้น
2️⃣ ดอกเบี้ยใกล้จุดสูงสุด & ความหวังการลดดอกเบี้ย
แม้ดอกเบี้ยสหรัฐจะอยู่ในระดับสูง แต่ตลาดเริ่มมองว่า
“ดอกเบี้ยใกล้ถึงจุดสูงสุดแล้ว และมีโอกาสลดในอนาคต”
ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ ไม่ให้ดอกเบี้ย ดังนั้น
ช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น → ทองคำมักถูกกดดัน
ช่วงดอกเบี้ยเริ่มทรงตัวหรือขาลง → ทองคำได้เปรียบทันที
เพียงแค่ “ความคาดหวัง” ว่าดอกเบี้ยจะลด ก็เพียงพอให้เงินทุนไหลเข้าทองคำก่อนล่วงหน้าแล้ว
3️⃣ เงินเฟ้อระยะยาวยังไม่หมดไป
แม้เงินเฟ้อจะลดลงจากจุดสูงสุด แต่ ต้นทุนชีวิตโลกยังสูงทั้งพลังงาน ค่าแรง ค่าอาหาร และต้นทุนโลจิสติกส์
ทองคำจึงถูกใช้เป็น
“เครื่องมือป้องกันมูลค่าเงิน (Inflation Hedge)”
โดยเฉพาะนักลงทุนรายใหญ่และกองทุน ที่ต้องการรักษาอำนาจซื้อของเงินในระยะยาว
4️⃣ ธนาคารกลางทั่วโลก “กว้านซื้อทองคำ”
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่หลายคนมองข้ามคือธนาคารกลางหลายประเทศซื้อทองคำเข้าคลังในระดับสูงเป็นประวัติการณ์
สาเหตุหลักคือ
ลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐ
กระจายความเสี่ยงทางการเงิน
เตรียมรับมือความไม่แน่นอนของระบบการเงินโลก
เมื่อผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุดในโลกยังซื้อไม่หยุด นั่นคือแรงหนุนราคาที่แข็งแกร่งมาก
5️⃣ ค่าเงินดอลลาร์เริ่มอ่อน & ความเชื่อมั่นลดลง
ทองคำมีราคาซื้อขายเป็น ดอลลาร์สหรัฐ (USD)เมื่อค่าเงินดอลลาร์อ่อนลง → ราคาทองคำในสายตานักลงทุนทั่วโลกจะ “ถูกลงทันที” และกระตุ้นแรงซื้อ
นอกจากนี้ หนี้สาธารณะของหลายประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐ อยู่ในระดับสูงมาก ทำให้ความเชื่อมั่นต่อเงินกระดาษในระยะยาวลดลง และทองคำกลับมาเป็น “เงินแท้” ที่ถูกยอมรับอีกครั้ง
6️⃣ แรงซื้อเชิงเทคนิค + กระแส FOMO
เมื่อราคาทองคำ ทะลุจุดสูงสุดเดิม (Break All-Time High)จะเกิดแรงซื้อจาก
กองทุนที่ใช้ระบบเทรดตามเทรนด์
นักลงทุนสายเทคนิค
รายย่อยที่กลัวตกรถ (FOMO - Fear Of Missing Out)
แรงซื้อกลุ่มนี้ทำให้ราคาทองคำสามารถ “วิ่งแรงกว่าปัจจัยพื้นฐานในระยะสั้น” และสร้างสถิติใหม่ได้ต่อเนื่อง
🔎 สรุปภาพรวม ทองคำไม่ได้ขึ้นเพราะ “เหตุผลเดียว” แต่เป็นผลรวมของ
ความเสี่ยงโลก
นโยบายการเงิน
เงินเฟ้อ
การซื้อของธนาคารกลาง
และแรงเทคนิคในตลาด
ตราบใดที่โลกยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนทั่วโลกไม่อาจมองข้าม
📈 แนวโน้มทองคำโลกปี 2026 — จะเกิดอะไรขึ้นต่อ?
🔥 แนวโน้ม “ขึ้นต่อ” มีโอกาสสูง
นักวิเคราะห์และองค์กรหลักต่างให้มุมมองเชิงบวกว่าทองคำมีแนวโน้ม ขึ้นต่อเนื่องตลอดปี 2026 โดยเฉพาะถ้าปัจจัยหนุนยังคงอยู่:
💰 ราคาทองคำยังมีโอกาสแตะเป้าระดับสูงมากหลายสถาบันคาดว่าราคาทองคำมีโอกาสพุ่งแตะ $4,900–$5,000 ต่อออนซ์ หรือมากกว่านั้นในปีนี้โดยมองแรงสนับสนุนจากปัจจัยพื้นฐานและโมเมนตัมตลาดทองคำเดือนก่อนที่ทรงตัวแข็งแกร่ง
📊 World Gold Council (WGC) คาดทองคำอาจขึ้น 5–30%ซึ่งแรงหนุนมาจากนโยบายการเงินผ่อนคลาย โลกยังคงมีความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และการสะสมทองของธนาคารกลางยังดำเนินต่อเนื่อง
📌 ตลาดยังคงมีแรงซื้อจากนักลงทุนทั่วโลกการไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย (safe haven) และ ETF ยังคงเป็นปัจจัยเชิงบวกสำหรับทองคำในปีนี้
⚠️ ความเสี่ยงที่ต้องจับตา
แม้แนวโน้มจะเป็นบวก แต่ก็มี “ปัจจัยเสี่ยง” ที่อาจกดดันทองคำในบางช่วง:
📉 ดอลลาร์กลับมาแข็งค่า หากเศรษฐกิจสหรัฐแข็งแกร่งกว่าคาด หรือมีแรงหนุนจากนโยบายอื่น ๆจะทำให้ราคาทองคำถูกกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้นในหน่วยเงินอื่น ๆ
📈 ดอกเบี้ยจริง (real yields) กลับขึ้นหากธนาคารกลางกลับมาเข้มงวดขึ้นเพราะเงินเฟ้อยังอยู่สูงหรือเศรษฐกิจฟื้นตัวจะเพิ่มโอกาสให้สินทรัพย์ให้ผลตอบแทนสูงอื่น ๆ น่าสนใจกว่าทองคำ
📊 แรงขายทำกำไรระยะสั้นหลังจากราคาทองพุ่งแรงในปีที่ผ่านมา นักลงทุนบางรายอาจเลือก “ล็อกกำไร” ชั่วคราวส่งผลให้มีช่วงปรับฐานเกิดขึ้นในปี 2026 เช่นกัน
📅 ภาพรวมเชิงเวลา: จากนี้ถึงสิ้นปี 2026
ช่วงเวลา | แนวโน้มหลัก | |
ไตรมาส 1–2 | Bullish ต่อเนื่อง / ราคาทองยังมีโมเมนตัมสูง | |
กลางปี | จับตาดอลลาร์ & นโยบาย Fed | |
ไตรมาส 3–4 | แนวโน้มยังขึ้นได้ หากปัจจัย Safe Haven ยังไม่คลาย |
👉 โดยรวม ทองคำยังมีแนวโน้มเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่ได้รับความสนใจสูง โดยเฉพาะในโลกที่มีความไม่แน่นอนสูง ค่าเงินผันผวน และนโยบายการเงินที่ยังไม่สิ้นสุดเต็มที่
📌 สรุปง่าย ๆ
✅ แนวโน้มหลัก: Bullish → ราคาทองมีโอกาสขึ้นต่อสูงถึงปลายปี 2026⚠️ ปัจจัยเสี่ยง: ค่าเงินดอลลาร์, นโยบายดอกเบี้ย, ความเชื่อมั่นตลาด💡 สิ่งที่ควรติดตาม: Fed policy, USD index, Geopolitical events, Central bank buying
แผนภาพแนวโน้มราคาทองคำ (เชิงกราฟ/ไทม์ไลน์) พร้อมภาพประกอบที่ช่วยสื่อสารทิศทางราคาทองคำของปี 2026 และช่วงที่กำลังจะมาถึงอย่างชัดเจน👇



📌 ภาพด้านบนนี้แสดง
แนวโน้มราคาทองคำในอดีตจนถึงปัจจุบัน (เห็นการขึ้นต่อเนื่องของราคา)
Forecast / การคาดการณ์ราคาในอนาคตปี 2026 โดยหลายแบบจำลองมองว่าราคาอาจเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในหลายไตรมาสของปี 2026
กราฟเชิงเทคนิคยาวตั้งแต่ปี 2010–2026 ที่บ่งบอกถึงโมเมนตัมขาขึ้นของทองคำอย่างชัดเจน
📊 แผนภาพแนวโน้มราคาทองคำ — สรุปเชิงเวลา (2025–สิ้นปี 2026)
➡️ ช่วงต้นปี 2025ทองคำพุ่งแรงตั้งแต่ปลายปี 2024 จนเข้าสู่ปี 2025 และยังคงโมเมนตัมบวกต่อเนื่อง
➡️ ปลายปี 2025ราคาทองทำสถิติสูงสุดใหม่ตามแรงซื้อ Safe Haven และปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์
➡️ ปี 2026 (Forecast)โมเดลคาดการณ์หลายแหล่งชี้ว่าราคายังมีเส้นทางขาขึ้นต่อ
📌 บางโมเดลคาดราคาทองอาจเข้าใกล้หรือเกิน $5,000 – $6,000 ต่อออนซ์ ในช่วงไตรมาสกลาง–ปลายปี 2026
📌 คีย์ไทม์ไลน์ที่ควรรู้
ช่วงเวลา | แนวโน้ม / จุดสำคัญ |
Q1 2025 | ราคาทองยังมีโมเมนตัมแรงต่อจากปี 2024 |
Mid 2025 | ราคาทำ All-Time High หลายครั้ง |
Q1–Q2 2026 | โมเดลบางแห่งคาดราคายังคงขึ้นต่อ |
Mid–Late 2026 | หลายโมเดลมองว่ามีโอกาสแตะหรือทะลุ $5,000+ |
🔍 ทำไมราคาทองแนวโน้มเป็นขาขึ้น?
ปัจจัยที่หนุนแนวโน้มราคาทองคำจนถึงสิ้นปี 2026 ได้แก่:
✔️ ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ทองคำกลับมาเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยอันดับ 1
✔️ ธนาคารกลางหลายแห่งยังคงสะสมทองคำเพิ่มขึ้น
✔️ คาดหวังการลดดอกเบี้ยในอนาคต ทำให้ต้นทุนการถือทองคำต่ำลง
✔️ เงินดอลลาร์มีโอกาสอ่อนค่าระยะยาว ทำให้ราคาทองคำในหน่วยเงินอื่นน่าสนใจขึ้น
🎯 คำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับนักเทรดทองคำ (ช่วงทำสถิติใหม่)
ช่วงที่ทองคำทำ All-Time High เป็นช่วงที่ โอกาสสูง แต่ความเสี่ยงก็สูงมากคนที่อยู่รอดไม่ใช่คนทายถูก แต่คือคน “จัดการความเสี่ยงถูก”
1️⃣ อย่าไล่ราคา (No FOMO Trading)
สิ่งที่นักเทรดพลาดมากที่สุดในช่วงนี้คือ❌ เห็นทองพุ่ง → Buy ตามทันที
ความจริงคือ
ทองที่ทำสถิติใหม่ ต้องมีการย่อ (Pullback / Retest) เสมอ
การไล่ราคา = RR แย่ + SL กว้าง + โดนเหวี่ยงง่าย
✅ แนวคิดที่ถูกต้อง
“รอให้ราคาย่อ แล้วดูว่ามันย่อเพื่อไปต่อ หรือย่อเพื่อกลับตัว”
2️⃣ แยกให้ออก: Retest vs กลับเทรนด์
Retest ที่ดี มักมีลักษณะนี้
ย่อลงด้วยแท่งเล็ก / Volume ลด
ไม่หลุดโครงสร้างเดิม (Higher Low)
อินดิเคเตอร์ยังไม่ Divergence แรง
สัญญาณอันตรายของการกลับเทรนด์
ย่อแรง + แท่งใหญ่ + Volume พุ่ง
หลุดโครงสร้าง H1 / H4
MACD / RSI Divergence ชัด
👉 ถ้าแยก 2 อย่างนี้ไม่ได้ = อย่ารีบเข้า
3️⃣ เทรดตาม Timeframe ใหญ่ก่อนเสมอ
ช่วงทองแรง ๆ
TF เล็ก (M1–M5) จะหลอกเยอะมาก
Stop loss โดนง่ายถ้าไม่รู้ทิศทางหลัก
✅ วิธีที่ปลอดภัยกว่า
ดูแนวโน้มจาก H1 / H4 / Daily ก่อน
แล้วค่อยไปหาจุดเข้าใน M5–M15
“TF เล็ก = จุดเข้าTF ใหญ่ = เข็มทิศชีวิต”
4️⃣ ลด Lot ดีกว่าเพิ่ม SL
นักเทรดจำนวนมากพลาดตรงนี้❌ ราคาเหวี่ยง → ขยาย SL❌ ไม่อยากโดนตัด → เพิ่ม SL
ทางที่ถูกคือ✅ ลด Lot แล้วคุม SL ตามแผนเดิม
ช่วงข่าว / ช่วงทองเหวี่ยง
SL แคบ + Lot เล็ก → อยู่รอด
SL กว้าง + Lot เดิม → พอร์ตพัง
5️⃣ ระวัง “ข่าวดี = จุดแจก”
ทองคำชอบพฤติกรรมแบบนี้
ข่าวร้าย → ค่อย ๆ ขึ้น
ข่าวดีออก → พุ่งแรง → กลับตัวแรง
ดังนั้น❌ อย่า Buy ตอนข่าวออกพอดี✅ รอให้ตลาด “แปลข่าวเสร็จ” ก่อน
โดยเฉพาะข่าว
CPI
FOMC
Non-Farm
ดอกเบี้ย Fed
6️⃣ อย่าคิดว่าทองขึ้น = ห้าม Sell
ความจริงคือ
ทองในเทรนด์ขาขึ้น มี Sell ได้
แต่ต้องเป็น Sell ระยะสั้น (Scalp / Swing สั้น)
กติกาคือ
Sell ต้องเร็ว
TP สั้น
ไม่ถัว
ไม่ถือสวนเทรนด์ข้ามวัน
“Sell ในขาขึ้น = ทำเงินเร็ว หรือเจ็บเร็ว”
7️⃣ ช่วงนี้เหมาะกับสไตล์ไหนที่สุด?
จากโครงสร้างตลาดปัจจุบัน 👇
เหมาะมาก
✅ Pullback Buy
✅ Break + Retest
✅ Trend-following
เสี่ยงสูง
⚠️ Martingale
⚠️ Grid ถี่
⚠️ All-in / ล้างไม้
8️⃣ เช็คลิสต์ก่อนกดออเดอร์ (สำคัญมาก)
ก่อนเข้าเทรดทองช่วงนี้ ถามตัวเอง 5 ข้อ
นี่คือ เทรนด์หรือแค่ข่าวเหวี่ยง?
จุดนี้คือ ต้นทาง หรือปลายทาง?
RR อย่างน้อย 1:2 หรือยัง?
ถ้าโดน SL พอร์ตยังอยู่ไหม?
ถ้าไม่เข้า วันนี้พอร์ตพังไหม? (ถ้าใช่ แปลว่าจิตไม่พร้อม)
🔚 สรุปแบบเซียน
ทองคำช่วงทำสถิติใหม่❌ ไม่เหมาะกับคนใจร้อน❌ ไม่เหมาะกับคนอยากรวยเร็ว✅ เหมาะกับคนมีแผน✅ เหมาะกับคนรอเป็น✅ เหมาะกับคนรู้ว่าตัวเอง “ไม่จำเป็นต้องเทรดทุกแท่ง”

🟡 การเทรดทองช่วง All-Time High
โอกาสสูง | ความเสี่ยงสูง | ต้องมีแผน
ช่วงที่ทองคำทำ All-Time High (ATH) คือช่วงที่ราคาทะลุจุดสูงสุดเดิมของประวัติศาสตร์ตลาดจะมีลักษณะสำคัญคือ
ความผันผวนสูง
แรงอารมณ์ (FOMO) หนัก
การเหวี่ยงแรงแบบ “ไม่มีแนวต้านบนกราฟ”
ดังนั้น วิธีเทรดต้องต่างจากช่วงปกติ
1️⃣ เข้าใจก่อน: All-Time High ไม่ได้แปลว่า “แพงเกินไป”
ความเข้าใจผิดอันดับ 1 คือ
“ทองขึ้นมาขนาดนี้ เดี๋ยวมันก็ต้องลง”
ในความเป็นจริง
ราคาทำ ATH ได้ เพราะ แรงซื้อชนะทุกแรงขายก่อนหน้า
ตลาดอยู่ในโหมด Trend Expansion
👉 สิ่งที่อันตรายไม่ใช่ Buy ใน ATH👉 แต่อันตรายคือ Buy แบบไม่มีแผน
2️⃣ โครงสร้างตลาดทองช่วง ATH เป็นแบบไหน?
โดยทั่วไปจะเห็น 3 พฤติกรรมสลับกัน
🔹 Phase 1: Breakout
ราคาทะลุ High เดิม
แท่งใหญ่ Volume พุ่ง
ข่าวหนุน
❌ ไม่เหมาะไล่ราคา✅ เหมาะ “รอ”
🔹 Phase 2: Pullback / Retest (ช่วงทำเงิน)
ราคาย่อลง
แท่งเล็กลง
Volume ลด
โครงสร้าง Higher Low ยังอยู่
✅ นี่คือจุดที่ควร Buy มากที่สุด
🔹 Phase 3: Distribution / Shakeout
ราคาเหวี่ยงแรง
ข่าวดีออกซ้ำ
คนเริ่มมั่นใจเกินไป
⚠️ ระวังการกลับตัวระยะสั้น⚠️ ไม่เหมาะถัว / ไม่เหมาะถือยาวเพิ่ม
3️⃣ กลยุทธ์ที่เหมาะที่สุด (เรียงตามความปลอดภัย)
🥇 Pullback Buy (แนะนำที่สุด)
เทรนด์หลัก: ขึ้น (H1 / H4)
รอราคาย่อ
Buy ใกล้ EMA / โครงสร้างเดิม
SL ใต้ Higher Low
RR ≥ 1:2
นี่คือกลยุทธ์ที่ “อยู่รอดในตลาดจริง”
🥈 Break + Retest
รอ Break
ไม่เข้า
รอราคากลับมาทดสอบ
ดูแท่งกลับตัว + Volume
🥉 Scalping ตามเทรนด์
ใช้เฉพาะ M1–M5
TP สั้น
ไม่ถือข้ามข่าว
ต้องเร็วและมีวินัยสูง
4️⃣ สิ่งที่ “ไม่ควรทำเด็ดขาด” ช่วง ATH
❌ ไล่ Buy ตอนแท่งใหญ่❌ ถัวเฉลี่ยขาดทุน❌ Martingale ในช่วงข่าว❌ Sell สวนโดยไม่มีสัญญาณชัด❌ เพิ่ม Lot เพื่อเอาคืน
ช่วงนี้ตลาดไม่ใจดีพอจะให้คุณแก้มือหลายครั้ง
5️⃣ Buy ได้ไหม? Sell ได้ไหม?
✅ Buy
ได้ และเป็นฝั่งหลัก
แต่ต้อง Buy “หลังย่อ” เท่านั้น
⚠️ Sell
ได้เฉพาะ
Scalping
ข่าวแรง
สัญญาณ Divergence ชัด
TP ต้องสั้น
ห้ามถือสวนเทรนด์ข้ามวัน
6️⃣ การบริหารความเสี่ยง (สำคัญกว่าอินดิเคเตอร์)
กติกาเหล็กช่วง ATH
เสี่ยงต่อไม้ ≤ 1–2%
ลด Lot แทนการขยาย SL
ขาดทุนติดกัน 2–3 ไม้ = หยุด
วันไหนตลาดเหวี่ยงผิดปกติ = ไม่เทรด
อยู่รอด = มีโอกาสล้างพอร์ต = จบเกมทันที
7️⃣ เช็คลิสต์ก่อนเข้าออเดอร์
ก่อนกด Buy / Sell ให้ถามตัวเอง
นี่คือ Pullback จริง หรือแค่ย่อหลอก?
เทรนด์ TF ใหญ่ยังไปทางเดียวกับไม้ที่เข้าไหม?
ถ้าโดน SL พอร์ตยังสบายอยู่ไหม?
RR คุ้มพอไหม?
ถ้าไม่เข้า จะเสียดายจนเสียวินัยไหม?
ถ้าตอบ “ไม่มั่นใจ” มากกว่า 1 ข้อ → ไม่ต้องเข้า
🔚 สรุปแบบมืออาชีพ
การเทรดทองช่วง All-Time Highไม่ใช่ช่วงโชว์ความเก่งแต่เป็นช่วงโชว์ “วินัยและการเอาตัวรอด”
คนที่รอดคือคนที่
ไม่รีบ
ไม่โลภ
ไม่พยายามทายจุดสูงสุด
สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนในทุกๆด้าน ควรติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองโลกอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มราคาทองคำ , ค่าเงินและสินทรัพย์ต่างๆในอนาคต










ความคิดเห็น