ทองยังคงทำสถิติใหม่ต่อเนื่องแม้เฟดไม่ปรับลดดอกเบี้ย ล่าสุด 5,584 $ /ออนซ์ ทองรูปพรรณไทย 82,750 บาท

ราคาทองขึ้นไปแตะระดับสูงสุดใหม่ ~5,584 ดอลลาร์/ออนซ์ ทองรูปพรรณไทย 82,750 บาท เมื่อเวลา 13:09 น.(ไทย) และอาจมีท่าทีไปต่ออีกก็เป็นได้ ส่วนหนึ่ง มาจาก ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับท่าทีและการประชุมของ Federal Reserve แม้เมื่อคืนนี้เองเฟดอาจไม่ได้ ประกาศปรับดอกเบี้ยทันที แต่ความคาดหวังในแนวทางการคลายคุมเข้มนโยบาย (เช่น แนวโน้มลดดอกเบี้ยในอนาคต) ทำให้นักลงทุนเข้าซื้อทองเพิ่มขึ้นอย่างมาก
✔️ อย่างไรก็ดี ราคาทองพุ่งแรงขนาดนี้ ไม่ได้มาจากเหตุการณ์ Fed เพียงอย่างเดียว แต่เป็น การผสมปัจจัย ระหว่าง
ดอลลาร์อ่อนค่า
ความไม่แน่นอนเชิงเศรษฐกิจ–ภูมิรัฐศาสตร์
ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยแบบกว้างขึ้น
การซื้อจริงจากสถาบันใหญ่และธนาคารกลาง
เมื่อคืนนี้ ผลการประชุมของ Federal Reserve (เฟด) ออกมาแล้วครับ และมีความสำคัญต่อแนวโน้มตลาดโลก (รวมถึงทองคำ) โดยสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้ 👇
ผลประชุม Fed ล่าสุด – 28 มกราคม 2026

ภาพจาก : Reuters
🔎 ผลการประชุม Fed เมื่อคืนนี้ (28 ม.ค. 2026)
📌 1. เฟด “คงอัตราดอกเบี้ย” ไว้ที่เดิม– คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ตัดสินใจ ไม่ปรับขึ้นและไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ย ในการประชุมล่าสุด โดยอัตรา Federal Funds Rate ยังคงอยู่ในช่วง 3.50–3.75% — ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ก่อนหน้า
📌 2. เป็นการ “พักการตัดสินใจ” หลังจากลดดอกเบี้ยมา 3 ครั้งก่อนหน้านี้– นี่เป็นครั้งแรกของปี 2026 ที่เฟด หยุดพักไม่ตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ย หลังจากที่มีการปรับลดติดต่อกันในปลายปีที่ผ่านมา
📌 3. เฟดประเมินเศรษฐกิจยังแข็งแรง และเงินเฟ้อยังคง “สูงกว่าที่ต้องการ”– เฟดชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯยังขยายตัวได้ดีและตลาดแรงงานยังมีเสถียรภาพ แม้เงินเฟ้อยังอยู่เหนือเป้าหมาย 2% อยู่บ้าง ทำให้ยังไม่มีเหตุผลเร่งด่วนในการปรับนโยบายทันที
📌 4. สัญญาณจากถ้อยแถลง “ไม่มีการเร่งลดดอกเบี้ยตอนนี้”– จากคำกล่าวของประธานเฟดและถ้อยแถลงอย่างเป็นทางการ ตลาดรับรู้ว่าเฟดจะดูข้อมูลเศรษฐกิจเพิ่มเติมก่อนที่จะตัดสินใจลดดอกเบี้ยต่อไปในอนาคต
📌 5. มีเสียงคัดค้านจากบางคณะกรรมการ– ในการลงมติมีสมาชิก 2 คนต้องการให้ลดดอกเบี้ย แต่ส่วนใหญ่ต้องการคงไว้อย่างที่เป็นอยู่ ซึ่งสะท้อนว่ามี “ความเห็นที่แตกต่างกันเล็กน้อย” ภายในเฟด
📌 สรุปเชิงผลกระทบต่อทองคำ
✔️ เฟดคงดอกเบี้ย ตามคาด → แต่ไม่ชัดว่าจะลดเร็ว ๆ นี้✔️ ถ้อยแถลงเน้นดูข้อมูลเพิ่ม → ตลาดคาดหวังการผ่อนคลายในอนาคต✔️ ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า และความไม่แน่นอนสูง → หนุนสินทรัพย์ปลอดภัยอย่าง “ทองคำ” ขึ้นต่อเนื่อง
💡 ดังนั้นผลประชุมเมื่อคืนมีส่วนหนึ่งที่ทำให้ราคาทองปรับตัวขึ้นแรง — ไม่ใช่เพราะเฟดตัดสินใจลดดอกเบี้ยทันที แต่เพราะ ท่าทีและการสื่อสารที่สวนทางกับความกังวลของตลาด โดยทำให้ตลาดคิดว่าจะมีการผ่อนคลายนโยบายในอนาคต และทำให้ทองคำถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์น่าสะสมในช่วงความไม่แน่นอนนี้ 👌
นี่คือสิ่งที่ทำให้นักลงทุนจำนวนมาก “งง” ในรอบนี้:
“เฟดไม่ลดดอกเบี้ย แล้วทำไมทองยังพุ่งทำสถิติใหม่ได้?”
คำตอบคือ… ราคาทองไม่ได้ขึ้นเพราะดอกเบี้ยอย่างเดียวแล้วในรอบนี้ตอนนี้ตลาดทองกำลังอยู่ใน “ยุคใหม่” ที่แรงขับเคลื่อนหลักเปลี่ยนไปบางส่วน
ผมอธิบายแบบเป็นเหตุเป็นผลนะครับ
1) ทองขึ้นเพราะ “ดอกเบี้ย” หรือขึ้นเพราะ “สิ่งที่ตลาดคาดว่าจะเกิด”?
แม้เฟดจะ “คงดอกเบี้ย” แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ
ตลาดมองว่า “เฟดใกล้จบวัฏจักรเข้มงวดแล้ว”
ทองจะตอบสนองต่อ “ทิศทางในอนาคต” มากกว่าปัจจุบัน
เฟดยังไม่ลดวันนี้
แต่ตลาดเริ่มเชื่อว่า “อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าอาจต้องลด”
แค่นี้ก็เพียงพอให้ทองวิ่งได้แล้ว
2) ดอกเบี้ยไม่ลด แต่ “Real Yield” อาจลด
จุดสำคัญมาก:
ทองไม่ได้แพ้ดอกเบี้ยเสมอไปทองแพ้ “ผลตอบแทนจริง” (Real Yield)
Real Yield = ดอกเบี้ย – เงินเฟ้อ
ถ้าตลาดเชื่อว่าเงินเฟ้อจะสูงนานหรือเศรษฐกิจเริ่มชะลอ
→ Real Yield ลด→ ทองได้ประโยชน์ทันที
ดังนั้นแม้เฟดไม่ลดดอกเบี้ยแต่ถ้าคนเริ่มคิดว่า “เงินเฟ้อกลับมา”ทองก็พุ่งได้
3) ทองรอบนี้ถูกขับเคลื่อนด้วย “Safe Haven Demand” หนักมาก
ตอนนี้ทองไม่ใช่แค่สินทรัพย์ลงทุนแต่เป็น “หลุมหลบภัย”
ปัจจัยที่หนุน:
ความเสี่ยงการเมืองสหรัฐ (งบประมาณ/ชัตดาวน์)
ความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์
ตลาดหุ้นแพงมากและเริ่มเปราะ
นักลงทุนต้องการ Hedge ความเสี่ยง
เวลาตลาดกลัว → ไม่สนดอกเบี้ยสน “ความปลอดภัย”
ทองจึงขึ้นได้แม้เฟดยังไม่ลด
4) ธนาคารกลางทั่วโลก “ซื้อทองจริง” ไม่ใช่แค่เก็งกำไร
นี่คือ Game Changer สำคัญในยุคนี้
หลายประเทศลดการถือดอลลาร์แล้วเพิ่มทองคำเป็นทุนสำรอง
แรงซื้อแบบนี้คือ “ซื้อจริงระยะยาว”ไม่ใช่เข้าๆออกๆแบบนักเก็งกำไร
→ ทำให้ทองมีฐานแข็งขึ้นมาก
5) ดอลลาร์อ่อน = ทองพุ่ง (แม้ดอกเบี้ยไม่ลด)
ทองถูกตั้งราคาเป็น USD
ถ้า USD อ่อนลงทองจะดู “ถูกลง” สำหรับคนทั่วโลก
→ Demand เพิ่ม→ ราคาขึ้น
ดังนั้นทองสามารถขึ้นได้แม้เฟดยังคงดอกเบี้ย
6) ตลาดกำลังเข้าสู่ “Gold Mania / Breakout Phase”
เมื่อทองทำ All-Time High ต่อเนื่องสิ่งที่เกิดขึ้นคือ
Stop loss ฝั่ง Short ถูกกินหมด
Trend-following funds เข้ามา
Retail เริ่มไล่ราคา
Momentum กลายเป็นแรงส่งหลัก
นี่คือเหตุผลว่าทำไมบางช่วงทองขึ้นแบบ “ไม่ต้องมีข่าวใหม่”
แล้วหลังจากนี้ “คาดการณ์ทอง” เป็นอย่างไร?
ผมสรุปเป็น 3 ฉากทัศน์หลัก (Scenario) แบบสมเหตุสมผล
Scenario A (มีโอกาสสูง): ขึ้นต่อแต่ผันผวนแรง
ถ้าเฟดยัง “ไม่รีบลด”แต่ความเสี่ยงโลกยังสูง + ดอลลาร์อ่อน
ทองมีโอกาสขึ้นต่อได้
แต่จะเป็นแบบ:
ขึ้นแรง
ย่อแรง
แล้วขึ้นใหม่
ไม่ใช่ขึ้นเรียบๆ
Scenario B: พักฐาน/ย่อแรงระยะสั้น
หลัง ATH ใหม่ ตลาดมักต้องพัก
ถ้าเกิดข่าวว่า
เฟด Hawkish กว่าคาด
Bond yield ดีดขึ้น
ดอลลาร์กลับมาแข็ง
ทองอาจย่อแรง 5–10% ได้ง่ายมาก
แต่ “ย่อเพื่อขึ้นต่อ” ยังเป็นไปได้
Scenario C: กลับตัวลงจริง (โอกาสน้อยกว่า)
จะเกิดได้ถ้า:
เงินเฟ้อลดชัดเจน
เฟดกลับมาขึ้นดอกเบี้ยอีก
Real Yield พุ่งแรง
ความเสี่ยงโลกคลี่คลายพร้อมกัน
ซึ่งตอนนี้ยังไม่ใช่ภาพหลัก
สรุปแบบตรงที่สุด
ทองขึ้นรอบนี้ “ไม่ใช่เพราะเฟดลดดอกเบี้ย”แต่เพราะโลกกำลังเข้าสู่ยุคที่ทองถูกซื้อในฐานะสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงระดับระบบ (Systemic Hedge)
ดังนั้นแม้เฟดไม่ลดทองก็ขึ้นได้ เพราะแรงซื้อไม่ได้มาจากดอกเบี้ยอย่างเดียวแล้ว
ถ้าคุณเป็นเทรดเดอร์ (XAUUSD) ตอนนี้ควรระวังอะไร?
ช่วงทำ ATH ใหม่ = “โซนผันผวนสุด”
อย่าไล่ Buy ตอนแท่งพุ่ง
รอ Pullback หรือฐานราคาชัดๆ
ข่าวเฟดรอบถัดไป + CPI จะเป็นตัวตัดสินทิศทางใหญ่
สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนในทุกๆด้าน ควรติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองโลกอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มราคาทองคำ , ค่าเงินและสินทรัพย์ต่างๆในอนาคต
#ราคาทองทำสถิติใหม่ #ประชุมเฟด #Passive_income #คู่มือเทรดForex #คู่มือเรียนรู้ฟอเร็กซ์ #แนะนำโบรกเกอร์รางวัลระดับโลก #ForexLearning #ข่าวฟอเร็กซ์ #ForexNews #ให้เงินทำงานแทนเรา #เทรดทอง #เทรดสกุลเงิน #เทรดหุ้นสหรัฐ #เทรดน้ำมัน #เทรดหุ้นทั่วโลก #Forex_Technical_Analysis
แนะนำโบรกเกอร์รางวัลระดับโลกมากมาย สเปรดต่ำสุด ถอนเงินรวดเร็ว คลิ๊กเลย...!!! 😉✌️☯️







