“ทรัมป์” ลั่น! อิหร่านใช้เวลาเจรจานานเกินไป และขณะนี้จะต้องชดใช้ และอาจมีแนวโน้มผลกระทบต่อราคาทองอย่างไร

จากข่าวล่าสุด ประธานาธิบดี Donald Trump กล่าวหาอิหร่านว่า "ใช้เวลาเจรจานานเกินไป" และ "จะต้องชดใช้" หลังการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลางไม่คืบหน้า ขณะเดียวกันสหรัฐฯ และอิหร่านมีการตอบโต้ทางทหารกันเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยทรัมป์ยังส่งสัญญาณว่าอาจมีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่านเพิ่มเติม เช่น โรงไฟฟ้าและสะพาน หากอิหร่านยังไม่ยอมรับข้อตกลงที่สหรัฐฯ ต้องการ
สาระสำคัญของข่าว
ทรัมป์มองว่าอิหร่านถ่วงเวลาการเจรจามานานเกินไป
มีการขู่ใช้มาตรการทางทหารเพิ่มเติม
ความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังสูง
นักลงทุนกังวลว่าความขัดแย้งอาจกระทบการขนส่งน้ำมันโลก
ผลกระทบต่อราคาทองคำ
ระยะสั้น: เป็นบวกต่อทองคำเมื่อเกิดความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ นักลงทุนทั่วโลกมักย้ายเงินเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) เช่น ทองคำ พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และเงินเยน
ปฏิกิริยาของตลาดหลังคำพูดของทรัมป์:
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ อ่อนตัว
ราคาน้ำมันปรับขึ้น
นักลงทุนเพิ่มการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย
สิ่งที่นักเทรดทองควรจับตาคืนนี้
คำแถลงเพิ่มเติมจากทำเนียบขาว
การตอบโต้จากรัฐบาล Iran
ราคาน้ำมันดิบ Brent
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ
ข่าวเกี่ยวกับช่องแคบ Strait of Hormuz
สำหรับมุมมองเทคนิคอล ถ้าข่าวยังร้อนต่อเนื่อง ผมจะให้น้ำหนักว่า ทองมีโอกาสแกว่งขึ้นมากกว่าลงในช่วง 24-72 ชั่วโมงข้างหน้า แต่ต้องระวังแรงขายทำกำไรอย่างรวดเร็ว เพราะช่วงนี้ราคาทองตอบสนองต่อข่าวสงครามไวมากกว่าปัจจัยเศรษฐกิจปกติ
ถ้าข่าวตะวันออกกลางยังตึงเครียด แต่ ราคาทองกลับลงต่อเนื่อง แสดงว่ามีปัจจัยอื่นที่ตลาดให้น้ำหนักมากกว่าข่าวสงครามครับ

สาเหตุหลักที่ทำให้ทองลงได้ แม้มีข่าวความขัดแย้ง ได้แก่
1. ดอลลาร์แข็งค่ามาก
ทองคำซื้อขายเป็นดอลลาร์
ดอลลาร์แข็ง → ทองแพงขึ้นสำหรับคนถือสกุลเงินอื่น
ความต้องการทองลดลง
ราคาทองถูกกดดัน
หลายครั้งที่เกิดวิกฤต นักลงทุนไม่ได้หนีเข้าทองอย่างเดียว แต่หนีเข้า "ดอลลาร์" ด้วย
2. อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ปรับขึ้น
ทองเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีดอกเบี้ย
ถ้า Yield พันธบัตรสหรัฐฯ ขึ้นแรง นักลงทุนบางส่วนจะย้ายเงินจากทองไปถือพันธบัตรแทนผลคือทองถูกขายออก
3. ตลาดมองว่าความขัดแย้งไม่ลุกลาม
นี่เป็นเหตุผลที่เจอบ่อยมาก
บางครั้งข่าวดูน่ากลัว แต่ตลาดคิดว่า
"สุดท้ายก็ไม่ถึงขั้นสงครามใหญ่"
เมื่อความกลัวลดลง เงินจะไหลออกจาก Safe Haven ทองจึงลงได้แม้ข่าวยังดูแรง
4. กองทุนใหญ่กำลังขายทำกำไร
หลังทองขึ้นมานาน
กองทุน
ธนาคาร
Hedge Fund
อาจใช้ข่าวเป็นจังหวะขาย
สิ่งที่นักเทรดรายย่อยมักงงคือ
ข่าวดี แต่ราคาลง
เพราะรายใหญ่ขายทำกำไรในช่วงที่รายย่อยกำลังเข้าซื้อ
5. ตลาดกังวลเรื่องดอกเบี้ย Fed มากกว่าสงคราม
ถ้าตลาดเชื่อว่า Federal Reserve จะยังไม่ลดดอกเบี้ย หรืออาจขึ้นดอกเบี้ย
ทองมักถูกกดดัน บางครั้งข่าว Fed หนักกว่าข่าวสงครามเสียอีก
สำหรับคนเทรด XAUUSD
ผมจะดู 3 อย่างพร้อมกัน
ข่าวสงคราม
ค่าเงิน USD Index (DXY)
Bond Yield 10 ปีสหรัฐฯ
ถ้าเกิด
สงครามตึงเครียด
แต่ DXY ขึ้นแรง
Yield ขึ้นแรง
ทองอาจลงต่อได้ แม้ข่าวจะดูเป็นบวกกับทอง
ในเชิงพฤติกรรมตลาด ถ้าคืนนี้มีข่าวอิหร่าน แต่ทองยังทำ Lower High และ Lower Low ต่อเนื่องบนกราฟ M5, M15, H1
นั่นเป็นสัญญาณว่า
"Smart Money ยังไม่เชื่อว่าข่าวนี้ร้ายแรงพอที่จะดันราคาทองขึ้น"
และสำหรับนักเทรดสายกราฟ ผมมักให้ความสำคัญกับสิ่งที่ราคา "กำลังทำ" มากกว่าสิ่งที่ข่าว "กำลังพูด" เพราะสุดท้ายเงินก้อนใหญ่ของตลาดจะสะท้อนออกมาที่กราฟก่อนเสมอครับ!!!
(เป็นการคาดการณ์ส่วนตัว การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจลงทุน)
สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนในทุกๆด้าน ควรติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองโลกอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มราคาทองคำ , ค่าเงินและสินทรัพย์ต่างๆในอนาคต
#โดนัลด์_ทรัมป์ #Trump #แนวโน้มราคาทอง #สงครามตะวันออกกลาง
#Passive_income #คู่มือเทรดForex #คู่มือเรียนรู้ฟอเร็กซ์ #แนะนำโบรกเกอร์รางวัลระดับโลก #ForexLearning #ข่าวฟอเร็กซ์ #ForexNews #ให้เงินทำงานแทนเรา #เทรดทอง #เทรดสกุลเงิน #เทรดหุ้นสหรัฐ #เทรดน้ำมัน #เทรดหุ้นทั่วโลก #Forex_Technical_Analysis
แนะนำโบรกเกอร์รางวัลระดับโลกมากมาย, Spread ต่ำที่สุด, ถอนเงินรวดเร็ว..!!!
XM รับโบนัสต้อนรับไม่ต้องฝากเงิน 30$ , เทรดกับเรารับ rebate เงินคืน ทอง Lot ละ 15$ และอื่นๆอีกมากมาย คลิ๊กเลย...!!! 😉✌️☯️









